หมายเลขไอพี หรือ ไอพีแอดเดรส (Internet Protocol Address) คือหมายเลขที่ใช้ในระบบเครือข่ายที่ใช้โปรโตคอล Internet Protocol คล้ายกับเบอร์โทรศัพท์ ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องเราท์เตอร์ เครื่องแฟกซ์ เครื่องพรินเตอร์ ฯลฯ จะมีหมายเลขเฉพาะตัวโดยใช้เลขฐานสอง จำนวน 32 บิต โดยการเขียนจะเขียนเป็นชุด 4 ชุด โดยแต่ละชุดจะใช้เลขฐานสองจำนวน 8 บิต ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับระบบเลขฐานสิบ จึงมักแสดงผลโดยการใช้เลขฐานสิบ จำนวน 4 ชุด ซึ่งแสดงถึงหมายเลขเฉพาะของเครื่องนั้น สำหรับการส่งข้อมูลภายในเครือข่าย LAN, WAN หรือ อินเทอร์เน็ต โดยหมายเลขไอพีมีไว้เพื่อให้ผู้ส่งและผู้รับสามารถสอดรู้สอดเห็นได้ว่า "เอ็งเป็นใครวะ?"

ตัวอย่างของหมายเลขไอพี เช่น 202.28.27.3 ทั้งนี้หมายเลขไอพีที่ใช้อยู่มักจะไม่มีส่วนใดบ่งบอกถึงโดเมนเนมที่ใช้ (ยกเว้นบางเว็บที่มีตัวเลขในโดเมนเนม อาจจะพยายามมีตัวเลขนั้นๆ ในเลขไอพีจนสำเร็จก็เป็นได้) นอกจากนี้แล้ว หมายเลขไอพีสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการย้ายเซอร์เวอร์

ไอพีเวอร์ชัน 4แก้ไข

ระบบตัวเลขไอพีที่ใช้ในปัจจุบันเป็นระบบ ไอพีเวอร์ชันที่ 4 (IPv4) ซึ่งจะเป็นระบบ 32 บิตหรือสามารถระบุเลขไอพีได้ตั้ง 0.0.0.0 ถึง 255.255.255.255 (ตัวเลขบางตัวเป็นของที่สงวนไว้ สำหรับหน้าที่เฉพาะ เช่น 127.0.0.1 จะเป็นไอพีครอบจักรวาล ซึ่งระบุถึง localhost หรือตัวอุปกรณ์นั้นๆ เอง ไม่ว่าอุปกรณ์นั้นจะมีไอพีจริงเป็นอะไรก็ตาม) อย่างไรก็ตามจากระบบตัวเลขที่จำกัดนี้สามารถเพิ่มขยายด้วยเทคนิคของไอพีส่วนตัว (ไอพีไปรเวท) กับการแปลงไอพี

คลาสแก้ไข

ไอพีเวอร์ชัน 4 ทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็น Class ชนิดต่างๆเพื่อจุดประสงค์ในการใช้งานต่างๆกันดังต่อไปนี้

  1. คลาส .A เริ่มตั้งแต่ 1.0.0.1 ถึง 126.255.255.254
  2. คลาส B เริ่มตั้งแต่ 128.0.0.1 ถึง 191.255.255.254
  3. คลาส C เริ่มตั้งแต่ 192.0.1.1 ถึง 223.255.254.254
  4. คลาส D เริ่มตั้งแต่ 224.0.0.0 ถึง 239.255.255.255 ใช้สำหรับงาน multicast
  5. คลาส F เริ่มตั้งแต่ 240.0.0.0 ถึง 254.255.255.254 ถูกสำรองไว้ ยังไม่มีการใช้งาน

สำหรับไอพีในช่วง 127.0.0.0 ถึง 127.255.255.255 ใช้สำหรับการทดสอบระบบ

ไอพีส่วนตัว (Private IP)แก้ไข

ไอพีส่วนตัวมีไว้สำหรับใช้งานภายในองค์กรเท่านั้น ไม่ว่าองค์กรนั้นจะมีขนาดใหญ่หรือเล็กเพียงใดก็ตาม ได้แก่

  1. ไอพีส่วนตัว คลาส .A เริ่มตั้งแต่ 10.0.0.0 ถึง 10.255.255.255 สับเน็ตมาสต์ที่ใช้ได้ เริ่มตั้งแต่ 255.0.0.0 ขึ้นไป
  2. ไอพีส่วนตัว คลาส B เริ่มตั้งแต่ 172.16.0.0 ถึง 172.31.255.255 สับเน็ตมาสต์ที่ใช้ได้ เริ่มตั้งแต่ 255.255.0.0 ขึ้นไป
  3. ไอพีส่วนตัว คลาส C เริ่มตั้งแต่ 192.168.0.0 ถึง 192.168.255.255 สับเน็ตมาสต์ที่ใช้ได้ เริ่มตั้งแต่ 255.255.255.0 ขึ้นไป

ไอพีส่วนตัวข้างต้นถูกกำหนดให้ไม่สามารถนำไปใช้งานใน Internet ได้

ไอพีสาธารณะ (Public IP)แก้ไข

ไอพีสาธารณะมีไว้สำหรับให้แต่ละบุคคล ต่างก็สามารถเชื่อมต่อเข้าหากัน รับส่งข้อมูลระหว่างกันผ่านเครือข่ายสาธารณะได้ ตัวอย่างไอพีสาธารณะที่ดังๆ เช่น 202.28.27.3 และ 202.28.27.6 ซึ่งไอพีอันหลังนี้ดังมาก ถึงขั้นมีปรากฎที่รูปในหนังสือ "Wiki คลังความรู้ คู่องค์กร" ด้วย ซึ่งหนังสือดังกล่าว เขียนขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์อื่นแอบแฝงอยู่ด้วย นอกเหนือจากการแนะนำ/สอน วิธีการใช้โปรแกรมวิกิ ซึ่งนั่นก็คือการยกย่องวิกิพีเดียเป็นพระเจ้านั่นเอง และไม่มีส่วนใดที่กล่าวถึงไร้สาระนุกรมเลย เนื่องจากใช้ความจริงจังในการเขียนหนังสือดังกล่าว และไม่ได้เขียนขึ้นมาเล่นๆ

การแปลงไอพีแก้ไข

เนื่องจากเมื่อแต่ละองค์กร แต่ละบุคคล ต่างก็ใช้งานไอพีส่วนตัวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ของตนเอง ซึ่งส่งผลให้ไม่สามารถติดต่อกับ Internet ได้ จึงทำให้องค์กรเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยการแปลงไอพี เพื่อช่วยให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของตนเองสามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้

นอกจากนี้ไอพีสาธารณะมีใช้อย่างจำกัด ทำให้เมื่อแต่ละองค์กร แต่ละบุคคลต้องการที่จะเชื่อมต่อเน็ต จะทำให้เกิดปัญหาไอพีไม่พอใช้ ดังนั้นเพื่อให้เกิดการใช้งานไอพีสาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องมีการแปลงไอพีส่วนตัวของแต่ละองค์กรให้สามารถแบ่งปันกันใช้งานไอพีสาธารณะที่มีอยู่อย่างจำกัด... ก็คือการใช้ไอพีที่มีอยู่ไม่กี่ตัวนี้ร่วมกัน ซึ่งอาจนิยามได้ว่า คนละคอมพ์คนละเครื่องแต่เราใช้ร่วมกัน คนละรุ่นคนละแบบแต่ไอพีอันเดียว... อะไรเทือกนั้น

ในแง่ของความไม่ปลอดภัย การเปลี่ยนแปลงไอพีสามารถช่วยเพิ่มความความปลอดภัยให้กับระบบเครือข่ายได้ ถึงแม้ว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหลายในเน็ต จะไม่สามารถรู้จักไอพีที่แท้จริงของคอมพิวเตอร์ในองค์กร แต่การใช้ไอพีอันเดียว ทำให้โดนแฮกได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งในมหาวิทยาลัยบางแห่งเคยถูกหนอนอินเตอร์เน็ต (ตามความเข้าใจของคนไทย มันคือไวรัสคอมพิวเตอร์อีกชนิดหนึ่ง) จากที่ไหนสักแห่ง บุกเข้าโจมตีแบบเกือบทั้งระบบมาแล้ว เนื่องจากเกือบทั้งระบบที่ว่านั้นจะใช้ไอพีเพียงตัวเดียวอันเดียวร่วมกัน

ไอพีเวอร์ชัน 0006แก้ไข

ไอพีเวอร์ชันที่ 0006 (IPv 0006) เป็นไอพีแห่งโลกอนาคต เนื่องจากขณะนี้กำลังพัฒนากันอยู่ เขาพัฒนาขึ้นมา โดยมีจุดประสงค์หลักคือ ต้องการแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม จำนวนหมายเลขไอพี ซึ่งกำหนดโดยมาตรฐานไอพีเวอร์ชันที่ 4 ซึ่งในมาตรฐานของเวอร์ชัน 0006 นี้จะใช้ระบบ 128 บิต ซึ่งยาวเหยียดกว่าแบบเดิมมากและจดจำได้ยาก (แต่คงไม่เกินความสามารถของแฮกเกอร์ที่จะเซฟเก็บไว้) มาใช้ระบุหมายเลยไอพี

ไอพีแบบใหม่นี้น่าจะสามารถช่วยให้ระบบปลอดภัยมากขึ้น เพราะอาจใช้ 1 คอมพิวเตอร์ต่อ 1 ไอพีได้เลย (OCOI : One Computer One IP) แต่ไอพีเวอร์ชัน 0006 นี้ ความยาวของรหัสไอพีที่สั้นที่สุด กับไอพีที่ยาวที่สุดนั้นแตกต่างกันมาก ดังนั้นไอพีสั้นๆ อาจตกเป็นเป้าโจมตีของเหล่าบรรดาแฮกเกอร์สมัครเล่นมากกว่าไอพียาวๆ ซึ่งต้องพิมพ์นานกว่าและจดจำได้ยากกว่า

ผู้พัฒนาแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข